ถ้าย้อนเวลาไป 20-30 ปีที่แล้ว ใครจะไปเชื่อว่า เว็บไซต์ที่ออนไลน์บนโลกอินเตอร์เน็ต จะสร้างรายได้อย่างงดงามให้กับเจ้าของได้ แต่ปัจจุบัน ความเชื่อเก่าๆจะถูกล้างด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ โลกที่เปลี่ยนแปลง และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันไปแล้ว

แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังสงสัยว่า เว็บไซต์สามารถสร้างรายได้ให้เราอย่างไร มาดูกัน

1. Advertising รายได้จากโฆษณาเป็นรายได้หลักในเกือบทุกเว็บไซต์จะต้องมี โฆษณามีหลายประเภท ทั้งแบบ PPC (Pay Per Click) แบนเนอร์ และอื่นๆ โดยที่โฆษณาประเภท PPC ที่นิยมสูงสุดจะเป็น Adsense จากค่าย Google โดยเป็นการเผยแพร่โฆษณาของ google ผ่านช่องทางอื่นๆ นอกจาก Search engine ที่เป็นช่องทางหลักของเขา

การจะลงโฆษณา Adsense บนเว็บของเราไม่ยาก แค่เพียงมีเว็บไซต์ของเราเอง มี Content ที่เราสร้างขึ้นมา แล้วสมัคร Adsense ของ google เมื่อได้รับอนุมัติ ก็จะมีโฆษณามาลงในเว็บไซต์ของเรา โดยรายได้เกิดจากการคลิกโฆษณาผ่านเว็บไซต์ของเรา และยอดวิวหน้าเว็บไซต์ที่มีโฆษณาอยู่นั่นเอง ยิ่งเว็บเรามีผู้ติดตามมาก ก็จะมีโอกาสรายได้มากขึ้น

โฆษณารูปแบบแบนเนอร์ ก็จะคล้ายๆกัน แต่ส่วนมากจะมีการติดต่อเข้ามาจากฝั่งผู้ลงโฆษณาเองมากกว่า ถ้าผู้ลงโฆษณาสนใจที่จะใช้บริการในเว็บของเรา(สาเหตุหลักคือมีกลุ่มลูกค้าของเขาเข้ามาชมเว็บไซต์ของเรามากนั่นเอง) ก็จะติดต่อมาที่จะลงโฆษณา โดยมีค่าบริการเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปีแล้วแต่จะตกลงกัน ปัจจัยหลักของรายได้ก็มาจากผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราที่มากเช่นกัน

ปัจจัยของรายได้โฆษณาหลักมาจากจำนวนผู้ชมที่เข้ามาในเว็บเรา ยิ่งมากยิ่งมีรายได้เยอะ

2. Affiliate Program จะเป็นรายได้จากการที่เราขายสินค้าให้กับเจ้าของสินค้า โดยที่เรามีหน้าที่หาลูกค้าให้มาซื้อสินค้าของเจ้าของสินค้าผ่าน URL เจ้าของสินค้าในเว็บไซต์ของเรานั่นเอง จริงๆแล้วการหาลูกค้าคือการหาผู้ชมเข้ามาในเว็บเราเท่านั้นเอง ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้านั่นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆหลายอย่าง แต่ถ้าหากมีการซื้อสินค้าผ่าน URL บนเว็บของเราเมื่อไหร่ เราจะได้เงินซึ่งเป็นค่าคอมมิชชั่น จากเว็บเจ้าของสินค้า โดยที่อัตราค่าบริการขึ้นอยู่กับเจ้าของเว็บ ว่าจะให้เท่าไหร่ เช่น 5% 10% 20% เป็นต้น

บริษัทที่ให้บริการ Affiliate มีจำนวนมาก แต่เจ้าใหญ่ๆก็ได้แก่ Amazon, CJ, Clickbank เป็นต้น Amazon หลายคนคงรู้จักว่าเป็นเว็บอีคอมเมิร์ชขนาดใหญ่อันดับต้นๆของโลก ส่วน CJ และ Clickbank จะเป็นเว็บให้บริการ Affiliate อันดับต้นๆด้วยเช่นกัน

ปัจจัยของรายได้จาก Affiliate Program ก็มาจากผู้เข้าชมในเว็บเรา ยิ่งมาก มีโอกาสที่จะขายของได้มากเช่นกัน



3. E-commerce ก็คือเว็บขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นการหารายได้จากเว็บไซต์ที่ถาวรและมั่นคงขึ้นจากวิธีที่ 1 และ 2 ที่กล่าวมาข้างต้น แต่ถ้าอยากหาประสบการณ์ในการหาลูกค้าเข้ามาในเว็บ และโฆษณาสินค้าให้ลูกค้าซื้อได้ เราต้องผ่านทั้งสองข้อข้างต้นมาให้ได้เสียก่อน ซึ่งเป็นบทเรียนพื้นฐานที่เจ้าของอีคอมเมิร์ชทุกคนต้องเรียนรู้ และเข้าใจ

บทเรียนต่อไปคือการเป็นเจ้าของอีคอมเมิร์ชแบบที่เรายังไม่มีสินค้าของเราเอง

โดยการเป็นตัวแทนขายสินค้าให้กับแบรนด์อื่นๆ หาสินค้าที่มีหลายชนิด หลากหลายแบรนด์ มาลงสินค้าในอีคอมเมิร์ชของเรา ถ้าเป็นตัวแทนอาจมีค่าลงทุนสต็อคสินค้า และอีกวิธีคือการเป็นเจ้าของอีคอมเมิร์ชแบบดรอปชิพ(ไม่สต็อคสินค้า ใช้วิธีซื้อมาขายไป หาคำสั่งซื้อก่อนสั่งสินค้าจากเจ้าของแบรนด์)

อีคอมเมิร์ชต่างจาก Affiliate คือเราจะมีส่วนในการปิดการขายของสินค้านั้นๆด้วย แต่ Affiliate ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อขึ้นอยู่กับเจ้าของสินค้า โดยเกี่ยวข้องกับเราน้อยมาก เราเป็นเพียงช่องทางให้ลูกค้าพบกับเจ้าของสินค้าเท่านั้นเอง

4. Product สร้างสินค้าของเราเอง โปรโมทสินค้าของเราเอง และขายสินค้าของเราเอง วิธีนี้เป็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงและระยะยาวที่สุด สินค้าของเราอาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่เราทำขึ้นมาเอง มีแบรนด์ของเรา และเราคือเจ้าของที่แท้จริง

บางคนทำอีบุ๊ค สอนในสิ่งที่ตัวเองรู้ เข้าใจ และเชี่ยวชาญในด้านนั้น

บางคนผลิตสินค้าขึ้นมา เพราะมีตลาดที่ต้องการสินค้าของเขา และมีโอกาสที่จะชนะคู่แข่ง

บางคนสร้างคอร์สสอนในเรื่องที่ตัวเองถนัด เพราะตัวเองเป็นคนที่ชอบอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย

สินค้าที่สามารถขายออนไลน์มีหลายรูปแบบ หลายชนิด ขึ้นอยู่กับเรา ว่าเราจะสร้างสินค้าอะไรที่เป็นจุดแข็งกับตัวเอง สามารถขายได้ และแข่งขันกับสินค้าคู่แข่งได้อย่างไม่เสียเปรียบเกินไป

5. Website คือการสร้างเว็บไซต์ให้ดัง มีคนรู้จักมาก มีคนติดตามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เว็บไซต์ที่มีการติดตามมากก็จะเป็นสินทรัพย์ให้เราอีกรูปแบบหนึ่ง ถ้าเก็บไว้ใช้งานก็จะสร้างรายได้กับเรา หรือไม่ถ้าขายเว็บไซต์ให้คนที่สนใจ ก็จะสร้างรายได้ไม่น้อยเลยเช่นกัน

เว็บไซต์ที่สามารถขายได้เป็นอย่างไร ก่อนอื่นก็ต้องเป็นเว็บไซต์ที่มีมูลค่า มูลค่าของเว็บไซต์ขึ้นอยู่กับ จำนวนผู้เข้าชมเว็บ เนื้อหาในเว็บ วิธีการโปรโมทเว็บ และอื่นๆซึ่งมีหลายปัจจัยที่ใช้วัดมูลค่า แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือจำนวนผู้ชมที่เข้ามาในเว็บ ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี เพราะผู้ชมจะเป็นปัจจัยหลักในการคำนวณมูลค่าเว็บของเราเอง ยิ่งมีคนเข้ามาชมมาก เว็บไซต์ก็ยิ่งแพง

ทั้ง 5 วิธีข้างต้น ไม่มีวิธีไหนง่ายที่สุด และยากที่สุด ทุกๆเว็บไซต์อย่างน้อยมีหนึ่งวิธีที่สามารถสร้างรายได้ที่ดี หรือบางเว็บไซต์สามารถสร้างรายได้ ได้ทั้ง 5 วิธีก็ได้ สิ่งสำคัญคือหาจุดแข็งของเว็บไซต์ให้ได้ หาคู่แข่งของเว็บไซต์ให้เจอ และเราจะหาวิธีสร้างรายได้อย่างไม่จำกัดอย่างแน่นอน.