บางครั้งเราก็เลือกไม่ถูกใช่รึเปล่า วางจะลงโฆษณาออนไลน์ช่องทางไหน จึงจะตรงใจ เข้าเป้า กับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

มาดูกัน

โฆษณาออนไลน์มีหลากหลายช่องทางมาก แต่บางครั้ง เราลงโฆษณา Google ads ก็ยังมียอดขายที่น้อยอยู่ หรือลง Facebook ads ก็มีคนไลค์น้อยไปมาก หรือลงผ่าน YouTube ก็ยังมีการกดข้ามโฆษณาไป ใช่หรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่า เป็นเรื่องธรรมกา ปัญหาทั่วๆไปของการทำการตลาดออนไลน์ มาดูกันว่าเราจะมีวิธีเลือกช่องทางโฆษณาอย่างไร ให้ถูกใจเป้าหมายกัน

1. ความแตกต่างของพฤติกรรม แน่นอนว่าปัจจุบันช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การใช้งาน Social media และสื่ออื่นๆมีความง่ายและรวดเร็ว แต่ทุกคนจะไม่ได้ใช้สื่อ Social ทุกชนิด บางคนใช้ Facebook, line เข้าเว็บ pantip, teenee เป็นต้น ส่วนน้อยมากๆๆที่จะใช้งาน Social media และ สื่อ ทุกช่องทาง ทุกเว็บไซต์ รับรองว่าน้อยมากๆจริงๆ

เมื่อเกิดความแตกต่างของพฤติกรรม เราก็ต้องจำกัดกลุ่มเป้าหมายของเราตามพฤติกรรมการใช้สื่อต่างๆ เช่น

กลุ่ม 1  Social = facebook

media = pantip

– – – – – – – – – – – – – –

กลุ่ม 2  Social = Line

media = pantip

และทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบตามกลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติกรรมทั้งหมดในการใช้งาน Social และ Media ซึ่งความแตกต่างของพฤติกรรมจะมีผลต่อเรื่องอื่นๆอีกเช่นกัน

2. กลุ่มของพฤติกรรมต่อความสนใจที่แตกต่างกัน จะเชื่อมโยงมาจากข้อที่ 1 สมมติว่าเรามีสองกลุ่มดังที่ยกตัวอย่างมา แล้วก็สมมติตัวอย่างเรื่องความสนใจที่เหมือนกันใส่ลงไป

กลุ่ม 1 ชอบกีฬาฟุตบอล กลุ่ม 2 ชอบกีฬาฟุตบอล แล้วทดสอบการลงโฆษณาไปตามความชอบของทั้งสองกลุ่ม คือลงโฆษณาให้ผู้ใช้งาน Facebook และ Line ที่สนใจกีฬาฟุตบอลเหมือนกัน แล้วดูการตอบสนองของโฆษณาที่เราทดสอบไว้ และจะมีหนึ่งกลุ่มที่มากกว่าเสมอ

และลองเปลี่ยนความสนใจเรื่อยๆ แต่การทดลองโฆษณาหนึ่งครั้ง ควรมีแค่หนึ่งความสนใจ เพราะเราจะได้ทดสอบหาปัจจัยได้ง่ายและไม่เสียเวลามากมายนัก

เมื่อเราทดสอบเสร็จเรียบร้อย และผลที่ได้มาสมมติว่า กลุ่ม 1 ตอบสนองความชอบต่อกีฬารักบี้มากที่สุด และ กลุ่ม 2 ตอบสนองความชอบต่อปั่นจักรยานมากที่สุด แสดงว่ากลุ่มเป้าหมายของเราที่มีการตอบสนองความสนใจ

เราแบ่งได้สองกลุ่ม

กลุ่มแรกคือกลุ่มลูกค้าเราที่เล่น Facebook จะมีความชอบในรักบี้

กลุ่มที่สองกลุ่มลูกค้าเราที่เล่น Line  จะมีความชอบในการปั่นจักรยาน

3. รวบรวมความแตกต่างเพื่อตอบสนองความชอบที่แท้จริง ในเมื่อเรารู้แล้วว่า หากเราลงโฆษณาบน Facebook กลุ่มลูกค้า/เป้าหมายของเราส่วนมากจะมีความชอบกีฬารักบี้ แต่ความเป็นจริงเราอาจมีหลายหมวดหมู่ที่จะแบ่งความสนใจ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วนและแม่นยำที่สุด

หากเราทำหลากหลายกลุ่มความสนใจ ผลที่ได้มาอาจเป็นแบบนี้

กลุ่ม Facebook กลุ่มเป้าหมายชอบกีฬารักบี้ มีอายุ 19-35 ปี อาชีพพนักงาน รายได้ 20,000 – 50,000 บาทต่อเดือน ชอบเที่ยวทะเล งานอดิเรกคือดูหนัง

กลุ่ม Line กลุ่มเป้าหมายชอบปั่นจักรยาน มีอายุ 22-40 ปี อาชีพพนักงาน รายได้ 18,000 – 70,000 บาทต่อเดือน ชอบผจญภัย เดินป่า ปีนเขา งานอดิเรกคือออกกำลังกาย

หรืออาจจะมีความแตกต่างของแต่ละกลุ่ม เช่น อาจมีความชอบอื่นๆ ความสนใจอื่นๆในกลุ่มเฟซบุ๊ก แลพไลน์มากกว่ากลุ่มเดียวกันก็ได้ นั่นแหละหน้าที่เราคือรวบรวมทั้งหมดมาแบ่งเป็นกลุ่มๆอีกครั้งหนึ่งและสร้างกลุ่มของเราเพื่ิอรวบรวมกลุ่มเหล่านั้นไว้ด้วยกัน

4. สร้างคอนเท้นเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมาย โดยการใช้กลุ่มแต่ละกลุ่มแบ่งความแตกต่างของคอนเท้น เช่น กลุ่มเฟซบุ๊ค จะใช้คอนเท้นที่เกี่ยวข้องกับกีฬารักบี้ ทะเล ดูหนัง หรือกลุ่มไลน์ จะใช้คอนเท้นแนว ปั่นจักรยาน เดินป่า ปีนเขา การออกกำลังกาย โดยการสร้างเพจ กลุ่ม หรืออะไรก็แล้วแต่ตามความเหมาะสม โดยใช้คอนเท้นที่เพี่ยวข้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย และเชื่อมโยงมาถึงสินค้า/บริการของเราด้วย เมื่อทำโฆษณาก็จะเจอกับกลุ่มที่มีความชอบ มีพื้นฐานคล้ายๆกัน เราก็จะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วยอย่างแน่นอน

นี่เป็นเพียงหนึ่งวิธีการค้นหากลุ่มเป้าหมาย โดยใช้ความสนใจเป็นปัจจัยหลักสำหรับการโฆษณาและการใช้คอนเท้นในการสื่อสารระหว่างธุรกิจและลูกค้า ซึ่งผมก็ได้ทดลองไปเรียบร้อยและมันได้ผล แต่ว่ามันจะได้ผลสำหรับทุกธุรกิจหรือไม่นั่น ไม่มีใครบอกได้ และทุกอย่างต้องผ่านการทดลองแล้ว ทดลองเล่าจนกว่าจะเจอวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ

การลงโฆษณา การหาลูกค้า การทำการตลาด ที่ไม่ผ่านการทดลองเป็นแค่เพียงการเสี่ยงทายเพื่อหากลุ่มเป้าหมายเท่านั้น จงทดลองในวิธีที่เหมาะสมที่สุด แล้วคุณจะเจอวิธีที่ดีที่สุดครับ